Buddhawajana FAQ

Thai (th)English (UK)

ในการนั่งสมาธิ ต้องพิจารณาการเกิด-ดับของขันธ์ทั้ง ๕ ด้วยหรือไม่

ให้เรตสมาชิก
ไม่ดีดี 
Bookmark and Share

 

วิดีโอ

บรรยายธรรมโดย พระอาจารย์ คึกฤทธิ์ โสตฺถิผโล

วัดนาป่าพง ลำลูกกา คลอง ๑๐ ปทุมธานี

ดาวน์โหลด : คลิกที่นี่


 พระสูตรที่เกี่ยวข้อง

 อานาปานสติบริบูรณ์ย่อมทำสติปัฏฐานให้บริบูรณ์

 ภิกษุทั้งหลาย!ก็อานาปานสติ อันบุคคลเจริญแล้ว ทำให้มากแล้วอย่างไรเล่า

จึงทำสติปัฏฐานทั้ง ๔ ให้บริบูรณ์ได้?

ภิกษุทั้งหลาย!สมัยใด  ภิกษุเมื่อหายใจเข้ายาว ก็รู้ชัดว่าเราหายใจเข้ายาว,

เมื่อหายใจออกยาว ก็รู้ชัดว่าเราหายใจออกยาว;

เมื่อหายใจเข้าสั้น ก็รู้ชัดว่าเราหายใจเข้าสั้น,

เมื่อหายใจออกสั้น ก็รู้ชัดว่าเราหายใจออกสั้น;

ย่อมทำการฝึกหัดศึกษาว่าเราเป็นผู้รู้พร้อมเฉพาะซึ่งกายทั้งปวง

หายใจเข้า”,ว่าเราเป็นผู้รู้พร้อมเฉพาะซึ่งกายทั้งปวง หายใจออก”;

ย่อมทำการฝึกหัดศึกษาว่าเราเป็นผู้ทำกายสังขารให้รำงับ หายใจเข้า”,

ว่าเราเป็นผู้ทำกายสังขารให้รำงับหายใจออก”;

ภิกษุทั้งหลาย!  สมัยนั้น ภิกษุนั้นชื่อว่า เป็นผู้เห็นกายในกายอยู่เป็นประจำมีความเพียรเผากิเลส มีสัมปชัญญะ มีสติ นำอภิชฌาและโทมนัสในโลกออกเสียได้.

ภิกษุทั้งหลาย!  เราย่อมกล่าว ลมหายใจเข้าและลมหายใจออก ว่าเป็นกายอันหนึ่งๆ ในกายทั้งหลาย.

ภิกษุทั้งหลาย!  เพราะเหตุนั้นในเรื่องนี้  ภิกษุนั้นย่อมชื่อว่าเป็นผู้เห็นกายในกายอยู่เป็นประจำมีความเพียรเผากิเลส มีสัมปชัญญะ มีสติ นำอภิชฌาและโทมนัสในโลกออกเสียได้.

 ภิกษุทั้งหลาย!สมัยใด ภิกษุย่อมทำการฝึกหัดศึกษาว่าเราเป็นผู้รู้พร้อมเฉพาะซึ่งปีติ หายใจเข้า”,ว่าเราเป็นผู้รู้พร้อมเฉพาะซึ่งปีติหายใจออก”;

ย่อมทำการฝึกหัดศึกษาว่าเราเป็นผู้รู้พร้อมเฉพาะซึ่งสุข หายใจเข้า”,

ว่าเราเป็นผู้รู้พร้อมเฉพาะซึ่งสุขหายใจออก”;

ย่อมทำการฝึกหัดศึกษาว่าเราเป็นผู้รู้พร้อมเฉพาะซึ่งจิตตสังขาร หายใจเข้า”,ว่าเราเป็นผู้รู้พร้อมเฉพาะซึ่งจิตตสังขาร หายใจออก”;

ย่อมทำการฝึกหัดศึกษาว่าเราเป็นผู้ทำจิตตสังขารให้รำงับ หายใจเข้า”,ว่าเราเป็นผู้ทำจิตตสังขารให้รำงับหายใจออก”;ภิกษุทั้งหลาย!สมัยนั้น ภิกษุนั้นชื่อว่า เป็นผู้เห็นเวทนาในเวทนาทั้งหลายอยู่เป็นประจำ

มีความเพียรเผากิเลส มีสัมปชัญญะ มีสติ นำอภิชฌาและโทมนัสในโลกออกเสียได้.

ภิกษุทั้งหลาย!เราย่อมกล่าวการทำในใจเป็นอย่างดีต่อลมหายใจเข้า และลมหายใจออก ว่าเป็นเวทนาอันหนึ่งๆ ในเวทนาทั้งหลาย.

ภิกษุทั้งหลาย!เพราะเหตุนั้นในเรื่องนี้ ภิกษุนั้นย่อมชื่อว่าเป็นผู้เห็นเวทนาในเวทนาทั้งหลายอยู่เป็นประจำ

 มีความเพียรเผากิเลส มีสัมปชัญญะ มีสติ นำอภิชฌาและโทมนัสในโลกออกเสียได้.

ภิกษุทั้งหลาย!สมัยใด ภิกษุย่อมทำการฝึกหัดศึกษาว่าเราเป็นผู้รู้พร้อมเฉพาะซึ่งจิต หายใจเข้า”,ว่าเราเป็นผู้รู้พร้อมเฉพาะซึ่งจิตหายใจออก”;

ย่อมทำการฝึกหัดศึกษาว่าเราเป็นผู้ทำจิตให้ปราโมทย์ยิ่ง หายใจเข้า”,ว่าเราเป็นผู้ทำจิตให้ปราโมทย์ยิ่งหายใจออก”;

ย่อมทำการฝึกหัดศึกษาว่าเราเป็นผู้ทำจิตให้ตั้งมั่น หายใจเข้า”,

ว่าเราเป็นผู้ทำจิตให้ตั้งมั่น หายใจออก”;

ย่อมทำการฝึกหัดศึกษาว่าเราเป็นผู้ทำจิตให้ปล่อยอยู่ หายใจเข้า”,ว่าเราเป็นผู้ทำจิตให้ปล่อยอยู่หายใจออก”;

ภิกษุทั้งหลาย!สมัยนั้น ภิกษุนั้นชื่อว่า เป็นผู้เห็นจิตในจิตอยู่เป็นประจำ

 มีความเพียรเผากิเลส มีสัมปชัญญะมีสติ นำอภิชฌาและโทมนัสในโลกออกเสียได้.

ภิกษุทั้งหลาย!เราไม่กล่าวอานาปานสติ ว่าเป็นสิ่งที่มีได้แก่บุคคลผู้มีสติอันลืมหลงแล้ว ไม่มีสัมปชัญญะ.

          ภิกษุทั้งหลาย!เพราะเหตุนั้นในเรื่องนี้ ภิกษุนั้นย่อมชื่อว่าเป็นผู้เห็นจิตในจิตอยู่เป็นประจำมีความเพียรเผากิเลส มีสัมปชัญญะ มีสติ นำอภิชฌาและโทมนัสในโลกออกเสียได้.

ภิกษุทั้งหลาย!สมัยใด ภิกษุย่อมทำการฝึกหัดศึกษาว่าเราเป็นผู้เห็นซึ่ง

ความไม่เที่ยงอยู่เป็นประจำหายใจเข้า”,ว่าเราเป็นผู้เห็นซึ่งความไม่เที่ยงอยู่เป็นประจำหายใจออก”;

ย่อมทำการฝึกหัดศึกษาว่าเราเป็นผู้เห็นซึ่งความจางคลายอยู่เป็นประจำหายใจเข้า”,ว่าเราเป็นผู้เห็นซึ่งความจางคลายอยู่เป็นประจำหายใจออก”;

ย่อมทำการฝึกหัดศึกษาว่าเราเป็นผู้เห็นซึ่งความดับไม่เหลืออยู่เป็นประจำหายใจเข้า”,ว่าเราเป็นผู้เห็นซึ่งความดับไม่เหลืออยู่เป็นประจำหายใจออก”;

ย่อมทำการฝึกหัดศึกษาว่าเราเป็นผู้เห็นซึ่งความสลัดคืนอยู่เป็นประจำหายใจเข้า”,ว่าเราเป็นผู้เห็นซึ่งความสลัดคืนอยู่เป็นประจำหายใจออก”;

            ภิกษุทั้งหลาย!สมัยนั้น ภิกษุนั้นชื่อว่า เป็นผู้เห็นธรรมในธรรมทั้งหลายอยู่เป็นประจำมีความเพียรเผากิเลส มีสัมปชัญญะ มีสติ นำอภิชฌาและโทมนัสในโลกออกเสียได้.

           ภิกษุทั้งหลาย!ภิกษุนั้น เป็นผู้เข้าไปเพ่งเฉพาะเป็นอย่างดีแล้ว เพราะเธอเห็นการละอภิชฌาและโทมนัสทั้งหลายของเธอนั้นด้วยปัญญา.

           ภิกษุทั้งหลาย!เพราะเหตุนั้นในเรื่องนี้ ภิกษุนั้น

ย่อมชื่อว่าเป็นผู้เห็นธรรมในธรรมทั้งหลายอยู่เป็นประจำ

มีความเพียรเผากิเลส มีสัมปชัญญะ มีสติ นำอภิชฌาและโทมนัสในโลกออกเสียได้.

ภิกษุทั้งหลาย!อานาปานสติ อันบุคคลเจริญแล้วทำให้มากแล้ว อย่างนี้แล

ย่อมทำสติปัฏฐานทั้ง ๔ให้บริบูรณ์ได้.__อานาปานสติบริบูรณ์ย่อมทำสติปัฏฐานให้บริบูรณ์

อานาปานสติ  หน้า ๑๒-๑๖

 (ภาษาไทย)   มหาวาร.สํ.  ๑๙/๓๔๐/๑๔๐๒-๑๔๐๓. : คลิกดูพระสูตร

(ภาษาไทย)  มหาวาร.สํ.  ๑๙/ ๓๓๖/๑๓๘๑-๑๓๙๘. : คลิกดูพระสูตร

(ภาษาไทย)  มหาวาร.สํ.  ๑๙/๓๓๙/๑๓๙๙-๑๔๐๑. : คลิกดูพระสูตร

(ภาษาไทย)  มหาวาร.สํ.  ๑๙/๓๔๑/๑๔๐๔-๑๔๐๕.  : คลิกดูพระสูตร

 

 

 

 

 

Today389
Yesterday424
This week2682
This month10985
Total873133

Who Is Online

8
Online