Buddhawajana FAQ

Thai (th)English (UK)

ทำสมาธิเพื่ออะไรจำเป็นต้องมีครูอาจารย์คอยชี้แนะด้วยหรือไม่

User Rating:  / 3
PoorBest 
Bookmark and Share

 

วิดีโอ

 

บางส่วนจากการแสดงธรรม ณ ยุวพุทธธิกสมาคม 9 ส.ค. 55

บรรยายธรรมโดย พระอาจารย์ คึกฤทธิ์ โสตฺถิผโล

วัดนาป่าพง ลำลูกกา คลอง 10 ปทุมธานี

ดาวน์โหลด : mp4, mp3

พระสูตรที่เกี่ยวข้อง

ภิกษุทั้งหลาย ! ชนเหล่าใด ไม่บริโภคกายคตาสติ  ชนเหล่านั้นชื่อว่า ย่อมไม่บริโภคอมตะ.

 

ภิกษุทั้งหลาย ! ชนเหล่าใด บริโภคกายคตาสติ ชนเหล่านั้นชื่อว่า ย่อมบริโภคอมตะ.

 

ภิกษุทั้งหลาย ! ชนเหล่าใด ประมาทกายคตาสติ ชนเหล่านั้นชื่อว่า ประมาทอมตะ.

 

ภิกษุทั้งหลาย ! ชนเหล่าใด ไม่ประมาทกายคตาสติ  ชนเหล่านั้นชื่อว่า ไม่ประมาทอมตะ ดังนี้ แล.

 

 

หนังสือมรรควิธีที่ง่าย หน้า ๓๔

(ไทย) เอก. อํ. ๒๐/๔๕/๒๓๙.: คลิกดูพระสูตร

(บาลี) เอก. อํ. ๒๐/๕๙/๒๓๙.: คลิกดูพระสูตร

 

อานนท์ ! เราได้กล่าวเตือนไว้ก่อนแล้วมิใช่หรือว่า 

“ความเป็นต่างๆ ความพลัดพราก ความเป็นอย่างอื่นจากของรักของชอบใจทั้งสิ้น ย่อมมี”.

 

อานนท์ ! ข้อนั้น จักได้มาแต่ไหนเล่า ? สิ่งใดเกิดขึ้นแล้ว เป็นแล้ว อันปัจจัยปรุงแล้ว มีความชำรุดไปเป็นธรรมดา สิ่งนั้นอย่าชำรุดไปเลย ดังนี้,  ข้อนั้นย่อมเป็นฐานะที่มีไม่ได้

 

อานนท์ ! เพราะฉะนั้น ในเรื่องนี้ พวกเธอทั้งหลาย

จงมีตนเป็นประทีป มีตนเป็นสรณะ ไม่เอาสิ่งอื่นเป็นสรณะ;

จงมีธรรมเป็นประทีป มีธรรมเป็นสรณะ ไม่มีสิ่งอื่นเป็นสรณะ.

 

อานนท์ ! ภิกษุ 

มีตนเป็นประทีป มีตนเป็นสรณะ ไม่เอาสิ่งอื่นเป็นสรณะ;

มีธรรมเป็นประทีป มีธรรมเป็นสรณะ ไม่เอาสิ่งอื่นเป็นสรณะ  เป็นอย่างไรเล่า ?

 

อานนท์ ! ภิกษุในธรรมวินัยนี้

พิจารณาเห็นกายในกายเนืองๆ อยู่

พิจารณาเห็นเวทนาในเวทนาทั้งหลายเนืองๆ อยู่

พิจารณาเห็นจิตในจิตเนืองๆ อยู่ 

 พิจารณาเห็นธรรมในธรรมทั้งหลายเนืองๆ อยู่ มีความเพียรเผากิเลส มีความรู้สึกตัวทั่วพร้อม

มีสติ กำจัดอภิชฌาและโทมนัสในโลกเสียได้.

 

อานนท์ ! ภิกษุ อย่างนี้แลชื่อว่า

 

มีตนเป็นประทีป มีตนเป็นสรณะ ไม่เอาสิ่งอื่นเป็นสรณะ;

 

มีธรรมเป็นประทีป มีธรรมเป็นสรณะ ไม่เอาสิ่งอื่นเป็นสรณะ เป็นอยู่.

 

อานนท์ ! ในกาลบัดนี้ก็ดี ในกาลล่วงไปแห่งเราก็ดี ใครก็ตาม

มีตนเป็นประทีป มีตนเป็นสรณะ ไม่เอาสิ่งอื่นเป็นสรณะ;

มีธรรมเป็นประทีป มีธรรมเป็นสรณะ ไม่เอาสิ่งอื่นเป็นสรณะ เป็นอยู่.

 

อานนท์ ! ภิกษุพวกใด เป็นผู้ใคร่ในสิกขา,

ภิกษุพวกนั้น จักเป็นผู้อยู่ในสถานะอันเลิศที่สุด แล.

 

หนังสือปฐมธรรม หน้า ๒๖๑

(ไทย)มหาวาร. สํ. ๑๙/๑๗๙/๗๓๗:คลิกดูพระสูตร

(บาลี)มหาวาร. สํ. ๑๙/๒๑๕/๗๓๗:คลิกดูพระสูตร

 

อานนท์ ! ภิกษุผู้ชื่อว่า มีมิตรดี มีสหายดี มีเพื่อนดีย่อมเจริญ

ทำให้มากซึ่งอริยมรรคประกอบด้วยองค์แปดโดยอาการอย่างไรเล่า ?

 

อานนท์ ! ภิกษุนี้ ย่อมเจริญ ทำให้มากซึ่ง

สัมมาทิฏฐิ, สัมมาสังกัปปะ,

สัมมาวาจา, สัมมากัมมันตะ,

สัมมาอาชีวะ, สัมมาวายามะ,

สัมมาสติ, สัมมาสมาธิ

อันอาศัยวิเวก อาศัยวิราคะ อาศัยนิโรธ อันน้อมไปเพื่อการสลัดลง.

 

อานนท์ ! อย่างนี้แล ชื่อว่าภิกษุผู้มีมิตรดี มีสหายดี มีเพื่อนดี ย่อมเจริญ

ทำให้มากซึ่งอริยมรรคประกอบด้วยองค์แปด.

อานนท์ ! ข้อนั้นเธอพึงทราบด้วยปริยายอันนี้เถิด ว่าพรหมจรรย์นี้ทั้งหมดนั้นเทียว ได้แก่

ความเป็นผู้มีมิตรดี มีสหายดี มีเพื่อนดี ดังนี้.

 

 

หนังสือตามรอยธรรม หน้า ๒๑

(ไทย)สคา. สํ. ๑๕/๑๑๐/๓๘๓:คลิกดูพระสูตร

(บาลี)สคา. สํ. ๑๕/๑๒๗/๓๘๓:คลิกดูพระสูตร


 

     พ. ดูกรภารทวาชะ ความเพียรมีอุปการะมากแก่การบรรลุสัจจะ ถ้าไม่พึงตั้งความเพียร ก็ไม่พึงบรรลุสัจจะนี้ได้ แต่เพราะตั้งความเพียรจึงบรรลุสัจจะได้ ฉะนั้น ความเพียรจึงมีอุปการะมากแก่การบรรลุสัจจะ.

       กา. ท่านพระโคดม ก็ธรรมมีอุปการะมากแก่ความเพียรเป็นไฉน ข้าพเจ้าขอทูลถาม

ท่านพระโคดม ถึงธรรมมีอุปการะมากแก่ความเพียร?

     พ. ดูกรภารทวาชะ ปัญญาเครื่องพิจารณามีอุปการะมากแก่ความเพียร ถ้าไม่พึงพิจารณา

ก็พึงตั้งความเพียรนี้ไม่ได้ แต่เพราะพิจารณาจึงตั้งความเพียรได้ ฉะนั้น ปัญญาเครื่องพิจารณา

จึงมีอุปการะมากแก่ความเพียร.

     กา. ท่านพระโคดม ก็ธรรมที่มีอุปการะมากแก่ปัญญาเครื่องพิจารณาเป็นไฉน ข้าพเจ้า

ขอทูลถามท่านพระโคดม ถึงธรรมมีอุปการะมากแก่ปัญญาเครื่องพิจารณา?

     พ. ดูกรภารทวาชะ ความอุตสาหะเป็นธรรมมีอุปการะมากแก่ปัญญาเครื่องพิจารณา ถ้า

ไม่พึงอุตสาหะ ก็พึงพิจารณาไม่ได้ แต่เพราะอุตสาหะจึงพิจารณาได้ ฉะนั้น ความอุตสาหะจึงมี

อุปการะมากแก่ปัญญาเป็นเครื่องพิจารณา.

     กา. ท่านพระโคดม ก็ธรรมที่มีอุปการะมากแก่ความอุตสาหะเป็นไฉน ข้าพเจ้าขอทูล

ถามท่านพระโคดม ถึงธรรมมีอุปการะมากแก่ความอุตสาหะ?

     พ. ดูกรภารทวาชะ ฉันทะมีอุปการะมากแก่ความอุตสาหะ ถ้าฉันทะไม่เกิด ก็พึง

อุตสาหะไม่ได้ แต่เพราะฉันทะเกิดจึงอุตสาหะ ฉะนั้น ฉันทะจึงมีอุปการะมากแก่ความอุตสาหะ.

     กา. ท่านพระโคดม ก็ธรรมที่มีอุปการะมากแก่ฉันทะเป็นไฉน ข้าพเจ้าขอทูลถามท่าน

พระโคดม ถึงธรรมมีอุปการะมากแก่ฉันทะ?

     พ. ดูกรภารทวาชะ ธรรมที่ควรแก่การเพ่งมีอุปการะมากแก่ฉันทะ ถ้าธรรมทั้งหลายไม่

ควรแก่การเพ่ง ฉันทะก็ไม่เกิด แต่เพราะธรรมทั้งหลายควรแก่การเพ่ง ฉันทะจึงเกิด ฉะนั้น

ธรรมที่ควรแก่การเพ่งจึงมีอุปการะมากแก่ฉันทะ.

     กา. ท่านพระโคดม ก็ธรรมที่มีอุปการะมากแก่ธรรมที่ควรการเพ่งเป็นไฉน ข้าพเจ้าขอ

ทูลถามท่านพระโคดม ถึงธรรมที่มีอุปการะมากแก่ธรรมที่ควรแก่การเพ่ง.

     พ. ดูกรภารทวาชะ ปัญญาเครื่องใคร่ครวญเนื้อความ มีอุปการะมากแก่ธรรมที่ควรแก่

การเพ่ง ถ้าไม่พึงใคร่ครวญเนื้อความนั้น ธรรมทั้งหลายก็ไม่ควรแก่การเพ่ง แต่เพราะใคร่ครวญ

เนื้อความ ธรรมทั้งหลายจึงควรแก่การเพ่ง ฉะนั้น ปัญญาเครื่องใคร่ครวญเนื้อความ จึงมี

อุปการะมากแก่ธรรมที่ควรแก่การเพ่ง.

     กา. ท่านพระโคดม ก็ธรรมที่มีอุปการะมากแก่ปัญญา เครื่องใคร่ครวญเนื้อความเป็นไฉน

ข้าพเจ้าขอทูลถามท่านพระโคดม ถึงธรรมที่มีอุปการะมากแก่ปัญญาเครื่องใคร่ครวญเนื้อความ?

     พ. ดูกรภารทวาชะ การทรงจำธรรมไว้ มีอุปการะมากแก่ปัญญาเครื่องใคร่ครวญเนื้อความ

ถ้าไม่พึงทรงจำธรรมนั้น ก็พึงใคร่ครวญเนื้อความนี้ไม่ได้ แต่เพราะทรงจำธรรมไว้ จึงใคร่ครวญ

เนื้อความได้ ฉะนั้น การทรงจำธรรมไว้ จึงมีอุปการะมากแก่ปัญญาเครื่องใคร่ครวญเนื้อความ.

     กา. ท่านพระโคดม ก็ธรรมมีอุปการะมากแก่การทรงจำธรรมเป็นไฉน ข้าพเจ้าขอทูลถาม

ท่านพระโคดม ถึงธรรมมีอุปการะมากแก่การทรงจำธรรม?

     พ. ดูกรภารทวาชะ การฟังธรรมมีอุปการะมากแก่การทรงจำธรรม ถ้าไม่พึงฟังธรรม

ก็พึงทรงจำธรรมนี้ไม่ได้ แต่เพราะฟังธรรมจึงทรงจำธรรมไว้ได้ ฉะนั้น การฟังธรรมจึงมีอุปการะ

มากแก่การทรงจำธรรม.

     กา. ท่านพระโคดม ก็ธรรมที่มีอุปการะมากแก่การฟังธรรมเป็นไฉน ข้าพเจ้าขอทูลถาม

ท่านพระโคดม ถึงธรรมมีอุปการะมากแก่การฟังธรรม?

     พ. ดูกรภารทวาชะ การเงี่ยโสตลงมีอุปการะมากแก่การฟังธรรม ถ้าไม่พึงเงี่ยโสตลง

ก็พึงฟังธรรมนี้ไม่ได้ แต่เพราะเงี่ยโสตลงจึงฟังธรรมได้ ฉะนั้น การเงี่ยโสตลงจึงมีอุปการะมาก

แก่การฟังธรรม.

     กา. ท่านพระโคดม ก็ธรรมที่มีอุปการะมากแก่การเงี่ยโสตลงเป็นไฉน ข้าพเจ้าขอ

ทูลถามท่านพระโคดม ถึงธรรมมีอุปการะมากแก่การเงี่ยโสตลง?

     พ. ดูกรภารทวาชะ การเข้าไปนั่งใกล้มีอุปการะมากแก่การเงี่ยโสตลง ถ้าไม่เข้าไปนั่งใกล้

ก็พึงเงี่ยโสตลงไม่ได้ แต่เพราะเข้าไปนั่งใกล้จึงเงี่ยโสตลง ฉะนั้น การเข้าไปนั่งใกล้จึงมีอุปการะ

มากแก่การเงี่ยโสตลง.

     กา. ท่านพระโคดม ก็ธรรมที่มีอุปการะมากแก่การเข้าไปนั่งใกล้เป็นไฉน ข้าพเจ้าขอ

ทูลถามท่านพระโคดม ถึงธรรมมีอุปการะมากแก่การเข้าไปนั่งใกล้?

     พ. ดูกรภารทวาชะ การเข้าไปหามีอุปการะมากแก่การเข้าไปนั่งใกล้ ถ้าไม่พึงเข้าไปหา

ก็พึงนั่งใกล้ไม่ได้ แต่เพราะเข้าไปหาจึงนั่งใกล้ ฉะนั้น การเข้าไปหาจึงมีอุปการะมากแก่การเข้า

ไปนั่งใกล้.

     กา. ท่านพระโคดม ก็ธรรมที่มีอุปการะมากแก่การเข้าไปหาเป็นไฉน ข้าพเจ้าขอทูลถาม

ท่านพระโคดมถึงธรรมมีอุปการะมากแก่การเข้าไปหา?

     พ. ดูกรภารทวาชะ ศรัทธามีอุปการะมากแก่การเข้าไปหา ถ้าศรัทธาไม่เกิด ก็ไม่พึง

เข้าไปหา แต่เพราะเกิดศรัทธาจึงเข้าไปหา ฉะนั้น ศรัทธาจึงมีอุปการะมากแก่การเข้าไปหา.

 

 

(ไทย) ม.ม. ๑๓/๔๕๕/๖๕๘ : คลิกดูพระสูตร

(บาลี) ม.ม. ๑๓/๖๐๕/๖๕๘ : คลิกดูพระสูตร

 

 

Today1594
Yesterday998
This week4717
This month14038
Total1187462

Who Is Online

13
Online