Buddhawajana FAQ

Thai (th)English (UK)

เราจะปล่อยวางอทุกขมสุขได้อย่างไร

ให้เรตสมาชิก
ไม่ดีดี 
Bookmark and Share

 

 

วิดีโอ

สนทนาธรรมค่ำเสาร์  วันที่ 15 ก.ย. 55
 
บรรยายธรรมโดย พระอาจารย์ คึกฤทธิ์ โสตฺถิผโล
วัดนาป่าพง ลำลูกกา คลอง 10 ปทุมธานี

ดาวน์โหลด : mp4

 

 

พระสุตรที่เกี่ยวข้อง

 

 

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย  !

(๑) เพราะอาศัยตาด้วย รูปทั้งหลายด้วย จึงเกิดจักขุวิญญาณ;

การประจวบพร้อมแห่งธรรมสามประการ (ตา+รูป + จักขุวิญญาณ) นั่นคือผัสสะ;

เพราะมีผัสสะเป็นปัจจัย จึงเกิดเวทนา อันเป็นสุขบ้าง เป็นทุกข์บ้าง ไม่ใช่ทุกข์ไม่ใช่สุขบ้าง.

บุคคลนั้น เมื่อสุขเวทนาถูกต้องอยู่ ย่อมไม่เพลิดเพลิน ย่อมไม่พร่ำ สรรเสริญ ไม่เมาหมก อยู่,

อนุสัยคือราคะ ย่อมไม่ตามนอน (ไม่เพิ่มความเคยชินให้) แก่บุคคลนั้น;

เมื่อทุกขเวทนาถูกต้องอยู่ เขาย่อมไม่เศร้าโศก ย่อมไม่ระทมใจ ย่อมไม่ คร่ำครวญ ย่อมไม่ตีอกร่ำไห้

ย่อมไม่ถึงความหลงใหลอยู่, อนุสัยคือปฏิฆะ ย่อมไม่ตามนอน (ไม่เพิ่มความเคยชินให้) แก่บุคคลนั้น;

 

เมื่อเวทนาอันไม่ใช่ทุกข์ไม่ใช่สุขถูกต้องอยู่ เขาย่อม รู้ตามเป็นจริง

ซึ่งเหตุให้เกิดเวทนานั้นด้วย

ซึ่งความดับไม่เหลือแห่งเวทนานั้นด้วย

ซึ่งอัสสาทะ (รสอร่อย) ของเวทนานั้นด้วย

ซึ่งอาทีนวะ (โทษ) ของเวทนานั้นด้วย

ซึ่งนิสสรณะ (อุบายเครื่องออกพ้นไป) ของเวทนานั้นด้วย,

อนุสัยคืออวิชชา ย่อมไม่ตามนอน (ไม่เพิ่มความเคยชินให้) แก่บุคคลนั้น.

 

 

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ! บุคคลนั้นหนอ ละราคานุสัยอันเกิดจากสุขเวทนาเสียได้แล้ว; บรรเทาปฏิฆานุสัยอันเกิดจากทุกขเวทนาเสียได้แล้ว; ถอนอวิชชานุสัย อันเกิดจากอทุกขสุขเวทนาเสียได้แล้ว; เมื่อละอวิชชาเสียได้แล้ว และทำวิชชาให้ เกิดขึ้นได้แล้ว เขาจักทำที่สุดแห่งทุกข์ ในทิฏฐธรรม (ปัจจุบัน) นี้ได้ นั้น; ข้อนี้เป็น ฐานะที่จักมีได้.

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย  !

(๒) เพราะอาศัยหูด้วย เสียงทั้งหลายด้วย จึงเกิดโสตวิญญาณ; การประจวบพร้อมแห่งธรรมสามประการ (หู + เสียง + โสตวิญญาณ) นั่นคือผัสสะ; ...ฯลฯ...ฯลฯ...จักทำที่สุดแห่งทุกข์ ในทิฏฐธรรม (ปัจจุบัน) นี้ได้ นั้น; ข้อนี้เป็นฐานะที่จักมีได้.

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย  ! 

(๓) เพราะอาศัยจมูกด้วย   กลิ่นทั้งหลายด้วยจึงเกิดฆานวิญญาณ; การประจวบพร้อมแห่งธรรมสามประการ (จมูก + กลิ่น +ฆานวิญญาณ) นั่นคือผัสสะ; ...ฯลฯ...ฯลฯ...จักทำที่สุดแห่งทุกข์ ในทิฏฐธรรม (ปัจจุบัน)นี้ได้ นั้น; ข้อนี้เป็นฐานะที่จักมีได้.

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย  !

(๔) เพราะอาศัยลิ้นด้วย รสทั้งหลายด้วย จึงเกิดชิวหาวิญญาณ; การประจวบพร้อมแห่งธรรมสามประการ (ลิ้น + รส + ชิวหาวิญญาณ) นั่นคือผัสสะ; ...ฯลฯ...ฯลฯ... จักทำที่สุดแห่งทุกข์ ในทิฏฐธรรม (ปัจจุบัน)นี้ได้ นั้น; ข้อนี้เป็นฐานะที่จักมีได้.

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย  !

(๕) เพราะอาศัยกายด้วย โผฏฐัพพะทั้งหลายด้วยจึงเกิดกายวิญญาณ; การประจวบพร้อมแห่งธรรมสามประการ (กาย + โผฏฐัพพะ +กายวิญญาณ) นั่นคือผัสสะ; ...ฯลฯ...ฯลฯ... จักทำที่สุดแห่งทุกข์ ในทิฏฐธรรม(ปัจจุบัน) นี้ได้ นั้น; ข้อนี้เป็นฐานะที่จักมีได้.

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย  !

(๖) เพราะอาศัยใจด้วย ธัมมารมณ์ทั้งหลายด้วยจึงเกิดมโนวิญญาณ; การประจวบพร้อมแห่งธรรมสามประการ (ใจ + ธัมมารมณ์ + มโนวิญญาณ) นั่นคือผัสสะ; เพราะมีผัสสะเป็นปัจจัย จึงเกิดเวทนาอันเป็นสุขบ้าง เป็นทุกข์บ้าง ไม่ใช่ทุกข์ไม่ใช่สุขบ้าง.

บุคคลนั้น เมื่อสุขเวทนาถูกต้องอยู่ ย่อมไม่เพลิดเพลิน ย่อมไม่พร่ำสรรเสริญ ไม่เมาหมกอยู่,

อนุสัยคือราคะ ย่อมไม่ตามนอน (ไม่เพิ่มความเคยชินให้)แก่บุคคลนั้น;

เมื่อทุกขเวทนาถูกต้องอยู่ เขาย่อมไม่เศร้าโศก ย่อมไม่ระทมใจ ย่อมไม่คร่ำครวญ ย่อมไม่ตีอกร่ำไห้

ย่อมไม่ถึงความหลงใหลอยู่, อนุสัยคือปฏิฆะ ย่อมไม่ตามนอน (ไม่เพิ่มความเคยชินให้) แก่บุคคลนั้น;

เมื่อเวทนาอันไม่ใช่ทุกข์ไม่ใช่สุขถูกต้องอยู่ เขาย่อมรู้ตามเป็นจริงซึ่งเหตุให้เกิดเวทนานั้นด้วย ซึ่งความดับไม่เหลือแห่งเวทนานั้นด้วย ซึ่งอัสสาทะ (รสอร่อย)ของเวทนานั้นด้วย ซึ่งอาทีนวะ (โทษ) ของเวทนานั้นด้วย ซึ่งนิสสรณะ (อุบายเครื่องออกพ้นไป) ของเวทนานั้นด้วย,  อนุสัยคืออวิชชา  ย่อมไม่ตามนอน (ไม่เพิ่มความเคยชินให้)  แก่บุคคลนั้น.

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย  ! บุคคลนั้นหนอ

ละราคานุสัยอันเกิดจากสุขเวทนาเสียได้แล้ว;

บรรเทาปฏิฆานุสัยอันเกิดจากทุกขเวทนาเสียได้แล้ว; 

ถอนอวิชชานุสัยอันเกิดจากอทุกขมสุขเวทนาเสียได้แล้ว;

เมื่อละอวิชชาเสียได้แล้ว และทำวิชชาให้เกิดขึ้นได้แล้ว

เขาจักทำที่สุดแห่งทุกข์ ในทิฏฐธรรม (ปัจจุบัน) นี้ได้ นั้น;

ข้อนี้เป็นฐานะที่จักมีได้, ดังนี้.

 

ปฏิจจสมุปบาทจากพระโอษฐ์ หน้า ๓๔๓-๓๔๖

(ภาษาไทย) อุปริ. ม.๑๔/๓๙๒/๘๒๓. : คลิกดูพระสูตร

 

 

 

 

 

 

 

 

Today637
Yesterday894
This week3286
This month10960
Total1217703

Who Is Online

24
Online